Totsapaet Anti-Aging Center

ล้างพิษหลอดเลือด

ล้างพิษหลอดเลือด

Chelation Therapy

Chelation (คีเลชั่น) เป็นการให้สารประเภทกรดอะมิโน ที่เรียกว่า EDTA ผสมกับวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญหลายชนิด ซึ่ง EDTA ทำหน้าที่สำคัญในการจับสารโลหะหนัก เช่น ตะกั่ว ปรอท สารหนู หรือแม้แต่แคลเซียมส่วนเกิน ซึ่งสะสมตกค้างในเนื้อเยื่อ และพอกอยู่ตามผนังหลอดเลือด ก่ออันตรายต่อผนังเซลล์และผนังหลอดเลือด ช่วยลดการเกาะตัวของคอเลสเตอรอลที่ผนังหลอดเลือด ช่วยรักษาอาการอักเสบของหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดมีความยืดหยุ่นและขยายตัวเพิ่มขึ้น การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ลดอาการของกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดไปหล่อเลี้ยง ทำให้สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงและสดชื่นขึ้น

สำหรับคนที่มีหลอดเลือดหัวใจตีบและแข็ง สามารถหลีกเลี่ยงการผ่าตัดบายพาส (Bypass)ได้ถึง 80% นอกจากนี้ยังช่วยลดปริมาณการอนุมูลอิสระในร่างกาย โลหะหนักจะถูกขจัดออกจากร่างกายทางระบบการขับถ่ายปัสสาวะ

ระยะเวลาในการให้คีเลชั่นทางหลอดเลือดดำ แต่ละครั้ง ประมาณ 1.5 – 2 ชั่วโมง โดยระหว่างนั้นสามารถพักผ่อน ดูโทรทัศน์ รับประทานอาหารว่าง อ่านหนังสือหรือฟังเพลงได้ตามปกติธรรมดา ภายหลังจากการ รักษาก็สามารถประกอบกิจกรรมได้ตามปกติ

ประโยชน์ของการทำ Chelation (คีเลชั่น)

ข้อควรรู้ เมื่อต้องการทำ Chelation (คีเลชั่น)

ควรตรวจร่างกายเพื่อประเมินปัญหาที่เป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การตรวจประสิทธิภาพการทำงานของไต (Creatinine , GFR) ก่อนเข้ารับบริการ ควรพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำให้มากขึ้น แนะนำให้ดื่มน้ำผลไม้ เพราะระหว่างการทำอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงได้บ้าง รับประทานอาหารที่มีประโยชน์

หากต้องการทำ Chelation (คีเลชั่น) ควรเริ่มต้นอย่างไรดี

  • ตรวจวิเคราะห์เม็ดเลือด (Live blood analysis) – แพทย์จะทำการตรวจวิเคราะห์ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว เกร็ดเลือด สิ่งแวดล้อม (โลหะหนัก) ในกระแสเลือดและความบกพร่องของลำไส้เล็ก
  • ตรวจปัสสาวะ – ตรวจหาปริมาณโลหะหนักในร่างกาย เช่น สารหนู ปรอท ตะกั่ว แคดเมี่ยม หรือนิคเกิล
  • ตรวจสารโลหะหนักในเนื้อเยื่อ – หากพบว่าปัสสาวะให้ผลไม่เกินค่าปกติแนะนำให้ทำ ทดสอบทำคีเลชั่น ว่ามีปริมาณสารโลหะหนักในเนื้อเยื่ออีกหรือไม่ ซึ่งผลการทดสอบจะให้ค่าออกมาในสองลักษณะ

ผลข้างเคียงจากการทำ Chelation (คีเลชั่น)

ในระยะแรกบางท่านอาจมีอาการอ่อนเพลีย อันเนื่องจากกระบวนการขับสารพิษออกจากร่างกาย อาการที่เกิดขึ้นแก้ได้โดยการพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำผลไม้และรับประทานอาหาร วิตามิน แร่ธาตุ ตามความต้องการของ ร่างกาย

Chelation (คีเลชั่น) บำบัด ควรทำบ่อยแค่ไหนถึงจะดี

ในแต่ละบุคคลจะมีจำนวนครั้งไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละบุคคล และผลที่ได้ภายหลังการทำคีเลชั่น โดยทั่วไปในรายของคนที่มีปัญหาเรื่องหลอดเลือดหัวใจตีบ อาจต้องเข้ารับการบำบัดด้วยคีเลชั่นประมาณ 20 ครั้ง

การปฏิบัติตัวเมื่อรับบริการ Chelation (คีเลชั่น) บำบัด

  • ก่อนทำควรพบแพทย์ และตรวจระดับการทำงานของไต
  • ระหว่างที่ร่างกายกำจัดสารพิษ และลดโลหะหนักสะสม ไตจะทำงานเพิ่มขึ้น ควรดื่มน้ำสะอาดมากขึ้น
  • ควรรับประทานวิตามิน และแร่ธาตุต่างๆ ในรูปอาหารเสริมเพิ่มขึ้นจากอาหารประจำวัน เพราะอาจมีการสูญเสียแร่ธาตุไปบ้างในระหว่างการทำคีเลชั่นคำแนะนำการปฏิบัติตัวหลังทำคีเลชั่นบำบัด
  • ควรดื่มน้ำมากๆ ประมาณ 2 ลิตรต่อวันเป็นเวลา 3 วัน หลังจากทำคีเลชั่นบำบัดเพื่อให้ช่วยนำพาสารพิษขับออกทางปัสสาวะได้มากขึ้น
  • กลางคืนนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ประมาณ 6-8 ชั่วโมง เนื่องจากหลังทำคีเลชั่นอาจมีอาการอ่อนเพลียซึ่งเป็นผลจากการขับสารพิษออกจากร่างกาย
  • หลังการทำคีเลชั่นบำบัด สามารถรับประทานยาที่รับประทานอยู่ประจำได้ตามปกติ และควรรับประทานวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ตามที่แพทย์จัดให้
  • อาจมีอาการปวดศีรษะ วิงเวียนศีรษะ ซึ่งเป็นอาการข้างเคียงที่พบได้กับผู้ป่วยน้อยราย ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หรือดื่มน้ำผลไม้ทดแทน ซึ่งอาการจะทุเลาลงและหายไปเอง ถ้าอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
  • ควรหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ หรือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีส่วนผสมของสีผสมอาหาร อาหารทะเลที่มีตะกั่วปนเปื้อน เป็นต้น

**ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล**

Scroll to Top